alpha,fitness,fitness club,fit gym,alpha health club,ฟิตเนส ภูเก็ต,อัลฟ่าเฮลธ์คลับ,โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ภูเก็ต,ฟิตเนส,ฟิตเนส ใกล้ฉัน,ออกกำลังกาย,ออกกำลังกาย ภูเก็ต,ฟิตเนสโรงแรม,ออกกำลังกาย ฟิตเนส,คลาสออกกำลังกาย,ฟิตเนสใกล้ห้างสรรพสินค้า,ฟิตเนส ยิม,PDPA,นโยบายความเป็นส่วนตัว,ข้อมูลเกี่ยวกับเรา

นโยบายความเป็นส่วนตัว

Visitors to our website are required to accept the following terms and conditions in return for the information given about us, our business and the services we provide.

นโยบายฉบับนี้ ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัททั้งที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย (ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต) ลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าในอดีต
  2. พนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทนผู้ถือหุ้น บุคคลผู้มีอำนาจ กรรมการ ผู้ติดต่อ ตัวแทน และบุคคลธรรมดาอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลของบริษัท ทั้งที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย (ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต) ลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าในอดีต
  3. บุคคลธรรมดาที่มิใช่ลูกค้าของบริษัทซึ่งมีการทำธุรกรรมหรือกิจกรรมหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทเช่น ผู้ให้บริการภายนอก คู่ค้า คู่สัญญากับบริษัท หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นต้น

ต่อไปนี้หากไม่เรียกบุคคลในข้อ 1) ถึง 3) โดยเฉพาะเจาะจง จะเรียกบุคคลตามข้อ 1) ถึง 3) ดังกล่าวรวมกันว่า “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

อัลฟ่า เฮลธ์ คลับ (“บริษัท”) ให้ความสำคัญและเน้นย้ำถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยตระหนักว่าการประมวลผลข้อมูลในบริษัทจะต้องกระทำภายใต้หลักการ ดังนี้

  1. หลักความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรม และความโปร่งใส (Lawfulness, fairness and transparency) บริษัทจะประมวลผลข้อมูลเฉพาะตามที่บริษัทมีฐานที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับ และบริษัทจะกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน
  2. หลักการจำกัดด้วยวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) บริษัทจะประมวลผลข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้กำหนดและแจ้งไว้ในขณะที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่จะเป็นการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวเนื่องกัน หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ชัดเจน
  3. หลักการใช้ข้อมูลที่น้อยที่สุด (Data Minimization) บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล
  4. หลักความถูกต้องของข้อมูล (Accuracy) บริษัทจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บนั้นมีความถูกต้องสมบูรณ์และเป็นปัจจุบันโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการประมวลผล
  5. หลักความจำกัดของการเก็บรักษา (Storage Limitation) บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลไว้เท่าที่จำเป็นต้องใช้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของการเก็บรักษาเอกสารหรือตามกฎระเบียบของรัฐ
  6. หลักความถูกต้องแท้จริงและการรักษาความลับ (Integrity and Confidentiality) บริษัทจะจัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและทางบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บได้รับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่เหมาะสม
  7. หลักความรับผิดชอบ(Accountability) บริษัทจะดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถแสดงได้ว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการต่าง ๆข้างต้น

ฐานทางกฎหมาย มาตรา 24 สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. ฐานความยินยอมโดยต้องได้รับความยินยอมจากท่านก่อน
  2. ฐานจดหมายเหตุ/สถิติ/วิจัย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน
  3. ฐานระงับอันตรายต่อชีวิตเพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  4. ฐานสัญญาเป็นการจำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  5. ฐานประโยชน์สาธารณะเป็นการจำเป็น เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  6. ฐานประโยชน์อันชอบธรรมเป็นการจำเป็น เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  7. ฐานปฏิบัติตามกฎหมายเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

หากเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งต้องได้รับความยินยอมเว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย

1. คำนิยาม

บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา

"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง (เช่นแพลตฟอร์มลงทะเบียนของบริษัท) หรือได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น (เช่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ บริษัทข้อมูลเครดิต กรมบังคับคดี สถาบันการเงินที่ปรึกษาทางวิชาชีพ สื่อสังคม แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอกหรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ) หรือผ่านบริษัทในเครือผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานทางการ หรือบุคคลภายนอก

"ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน" (Sensitive Data) หมายถึงข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อนและอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายถึง ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่กรณีที่บุคคลมีความเป็นเจ้าของข้อมูล (Ownership) หรือเป็นผู้สร้างหรือเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นเอง โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะหมายถึงบุคคลธรรมดาเท่านั้น และไม่รวมถึง “นิติบุคคล” (Juridical Person) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

ทั้งนี้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

  1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ หมายถึง
    1.1. บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ
    1.2. ผู้ที่สมรสตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ
    1.3. ผู้ที่สมรสก่อนอายุ 17 ปี โดยศาลอนุญาตให้ทำการสมรส หรือ
    1.4. ผู้เยาว์ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมในการประกอบธุรกิจทางการค้า หรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจ หรือการจ้างแรงงานข้างต้นให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว

    ทั้งนี้ในการให้ความยินยอมใดๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะสามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง

  2. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่ใช่ผู้บรรลุนิติภาวะตามข้อ 1 ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใดๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย
  3. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ เนื่องจากมีกายพิการ หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณหรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใดๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นก่อน
  4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ เนื่องจากเป็นบุคคลวิกลจริต ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใดๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถนั้นก่อน

ทั้งนี้หากการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่ง หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวมรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย

บริษัทได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลที่บริษัทจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไป ทั้งนี้ ได้จำแนกประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บไว้ ดังนี้

2.1. ข้อมูลส่วนบุคคล

1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากลูกค้า

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด เพศ ที่อยู่ สถานภาพสมรส อาชีพ รายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพ รายชื่อติดต่อฉุกเฉิน รายละเอียดการชำระเงิน รูปถ่าย ลายมือชื่อ ข้อมูลการได้รับวัคซีน

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย

  1. การเก็บข้อมูลจากแบบทดสอบความพร้อมทางร่างกาย ได้แก่ ข้อมูลปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาการการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก ประวัติการได้รับยารักษาเกี่ยวกับโรคหัวใจความดันโลหิต หรือยาขับปัสสาวะ ปัญหาเกี่ยวการการเจ็บป่วยของกระดูกและข้อต่อ ปัญหาเรื่องการทรงตัวและการหมดสติ โรคอื่นๆที่มีผลต่อการออกกำลังกายเช่น โรคเก๊าท์
  2. การเก็บข้อมูลจาก Boditrax – ค่า impedance, Fat free mass, Muscle, Fat, Bone, BMR, อายุ, BMI, น้ำหนัก และส่วนสูง
  3. ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ
  4. ข้อมูลศาสนา

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล์

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย อาชีพ และชื่อบริษัท

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลทางการเงิน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลการชำระเงินหรือการชำระหนี้ ข้อมูลการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ประวัติการซื้อขายและยอดคงเหลือ ประวัติการชำระเงินและการทำธุรกรรม

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์แพลตฟอร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท

2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากผู้สมัครงาน

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย- คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลางนามสกุล งานอดิเรก เพศ รูปถ่าย

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ข้อมูลศาสนาสถานการณ์การได้รับวัคซีน อาชีพ สถานะประกัน รายละเอียดการชำระเงิน รูปถ่าย ลายมือชื่อ

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมลLineID

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย สถาบันการศึกษาและข้อมูลการฝึกอบรม วุฒิการศึกษา อาชีพ ชื่อบริษัท ประวัติการทำงาน

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆจากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท

3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากพนักงาน

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ชื่อ-นามสกุล เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หลักฐานการเปลี่ยนชื่อนามสกุล (ถ้ามี) รูปถ่าย ส่วนสูง น้ำหนัก ใบสมัคร EWTH หรือ Resume/CV แบบฟอร์มตรวจสอบเอกสารประวัติพนักงาน (Checklist) สัญญาจ้าง เอกสารสวัสดิการต่างๆ (ข้อตกลงการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ/ ข้อตกลงการเข้าใช้Facebook / ใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / หนังสือผู้รับผลประโยชน์ประกันกลุ่ม) Job Description ตามตำแหน่ง เอกสาร Competency ต่างๆ Assessment ต่างๆ

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ประวัติอาชญากรรม ศาสนา เชื้อชาติ ประวัติการฉีดวัคซีนCOVID

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ปัจจุบัน และตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล Line ID Facebook account / Instagram account หรืออื่นๆ (ถ้ามี)

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย อาชีพ ชื่อบริษัท วุฒิการศึกษาและการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง สำเนาวุฒิการศึกษา สัญญาฝึกอบรมต่างๆ ผลการทดสอบความสามารถที่เกี่ยวข้องเช่น สอบภาษาอังกฤษ ใบอนุญาตขับขี่ตามลักษณะการทำงาน(เฉพาะตำแหน่งที่จำเป็น) Certificates ต่างๆ

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลทางการเงิน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย หมายเลขบัญชี รายได้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี สำเนา Book Bank หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลการชำระเงินหรือการชำระหนี้ ข้อมูลการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ประวัติการซื้อขายและยอดคงเหลือ ประวัติการชำระเงินและการทำธุรกรรม

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลบุคคลที่สาม
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย

  1. ข้อมูลติดต่อกรณีฉุกเฉิน: ชื่อ สกุล หมายเลขโทรศัพท์
  2. ข้อมูลบุคคลอ้างอิง: ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน
  3. ข้อมูลบุคคลค้ำประกัน: ชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่งงาน หลักฐานรายได้ ประกอบการค้ำประกัน สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ

4) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากคู่ค้า

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย

  1. ข้อมูลในสำเนาบัตรประชาชนได้แก่ ชื่อ นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วัน เดือน ปี เกิด รูปภาพ ส่วนสูง
  2. ข้อมูลในสำเนาทะเบียนบ้านได้แก่ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สัญชาติ
  3. ข้อมูลอื่นๆ ได้แก่ ลายเซ็น ตำแหน่งงาน
ประเภทของข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหว
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ศาสนา

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท

2.2. ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data)

หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อนและอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

บริษัทไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดีหากมีกรณีที่บริษัทจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นปัจจุบันแก่บริษัทอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลที่อาจไม่สามารถทำธุรกรรมกับบริษัท หรืออาจไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญาที่มีอยู่กับบริษัท และอาจทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหายหรือเสียโอกาส และอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่เจ้าของข้อมูลหรือบริษัทต้องปฏิบัติตาม

2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์คนที่ไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ

บริษัทไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถเว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์หรือการใดๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และ/หรือดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาลผู้พิทักษ์ หรือผู้เยาว์ที่อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

2.4 ข้อมูลของบุคคลที่สาม

หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทผู้ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลในครอบครัวและข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรมของท่านกับบริษัทท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายกรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น

3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านทางช่องทางต่างๆดังนี้

3.1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง
โดยทั่วไปแล้วบริษัท จะทำการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการที่ท่านได้ทำการติดต่อสื่อสารกับบริษัท เพื่อสอบถามข้อมูลให้ความเห็น คำติชม หรือ ส่งข้อร้องเรียน ผ่านทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น โทรศัพท์ อีเมล หรือเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือว่าจ้าง หรือใช้บริการจากบริษัทและเข้าทำสัญญากับบริษัท การเสนอขายสินค้าหรือรับจ้างหรือให้บริการแก่บริษัทและเข้าทำสัญญา การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดหรือกิจกรรมอื่นๆเป็นต้น

3.2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ
บริษัทอาจเก็บรวมรวมข้อมูลทางเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์กิจกรรมและรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติ

3.3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากบุคคลภายนอก
บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราวอาทิ จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้าไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเองหรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว, ผู้ให้บริการต่างๆ ของบริษัท, หน่วยงานของรัฐ

4. วัตถุประสงค์ที่บริษัทอาจดำเนินการโดยอาศัยหลักเกณฑ์ หรือฐานทางกฎหมายอื่นๆในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

4.1. วัตถุประสงค์ที่บริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอม โดยบริษัทอาศัยความยินยอมของเจ้าของข้อมูลเพื่อ
4.1.1. การติดต่อสื่อสารทางการตลาดการเสนอข้อเสนอพิเศษ เอกสารส่งเสริมการขายที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งบริษัทไม่สามารถอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่น
4.1.2. การเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของเจ้าของข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
  1. ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งแสดงอยู่ในเอกสารประจำตัว เช่น เชื้อชาติ กรุ๊ปเลือด หรือศาสนา)เพื่อการใช้เอกสารประจำตัวในการยืนยันและพิสูจน์ตัวบุคคล
  2. ข้อมูลสุขภาพซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารทางการแพทย์ และเอกสารการตรวจสอบร่างกายและเอกสารอื่นของบริษัทเพื่อตรวจสอบสภาวะสุขภาพและการยืนยันตัวตน
4.1.3. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังประเทศที่อาจจะไม่มีระดับการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

4.2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทอาจดำเนินการโดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่นๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ เพื่อเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคค กล่าวคือ
4.2.1. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูล
4.2.2. เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
4.2.3. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลภายนอก เพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล
4.2.4. เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลและ
4.2.5. ประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐโดยบริษัทจะอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายในข้อ 1 ถึง 5 ข้างต้น เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
  1. การติดต่อกับเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัทหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูล
  2. การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ การเสนอข้อมูลทางการตลาดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือการตลาด รวมถึงการส่งเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ
  3. การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลกับบริษัทและการบริหารจัดการบัญชีที่เจ้าของข้อมูลมีอยู่กับบริษัท
  4. การแก้ไขเรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลการจัดการหรือการสอบสวนเรื่องร้องเรียน ข้อเรียกร้อง หรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  5. การป้องกัน ตรวจจับ และสอบสวนการฉ้อโกง การประพฤติมิชอบหรือกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะได้รับการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่และการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง
  6. การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ แนวทาง คำสั่ง คำแนะนำ และการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐหน่วยงานภาษีอากร หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นๆ หรือหน่วยงานกำกับดูแล (ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ) เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคมกรมสวัสดิการและ กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ กฎหมายอันเกี่ยวกับการสาธารณสุข เป็นต้น
  7. การติดต่อ การแจ้ง การแจ้งเตือนให้ชำระหนี้การใช้สิทธิเรียกร้องหรือบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญา การโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ การติดตามทวงถามหนี้การตรวจสอบทางการเงินโดยผู้สอบบัญชี หรือการรับบริการจากที่ปรึกษากฎหมาย
  8. การปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของบริษัทภายใต้สัญญาใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาเช่น สัญญากับผู้ให้บริการต่างๆ บุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ หรือภายใต้สัญญาที่บริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนและ/หรือนายหน้า เป็นต้น
  9. การบันทึกเสียง หรือบันทึกภาพและ/หรือเสียงบันทึกภาพลงบนCCTVเพื่อการตรวจสอบการที่เจ้าของข้อมูลทำธุรกรรมกับบริษัทการนำไปใช้ในการปรับปรุงหรือพัฒนาบริการของบริษัทการจัดการข้อร้องเรียนของเจ้าของข้อมูล หรือการรักษาความปลอดภัยของบริษัท

4.3. ในกรณีที่บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะและ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้นบริษัทจะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมและ/หรือมีหนังสือไปยังท่าน เพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าวโดยท่านควรอ่านนโยบาย หรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้และหรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

4.4. บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าในกรณีที่บริษัทต้องขอเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทางประวัติการทำงาน หรือเอกสารอื่นๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) ได้แก่ ศาสนา สัญชาติ หรือหมู่เลือด เป็นต้น บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าวจึงขอให้ท่านดำเนินการขีดฆ่า หรือ ปิดทึบ ข้อมูลส่วนนั้น ทั้งนี้หากท่านมิได้ดำเนินการตามที่แจ้ง บริษัทขอสงวนสิทธิในการดำเนินการขีดฆ่า หรือปิดทึบข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน

4.5 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่บริษัทและท่านตกลงจะแจ้งให้บริษัททราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้นบริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติมอื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่ท่านได้ให้แก่บริษัทตามที่บริษัทเห็นสมควร

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆภายในบริษัทและบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ดังนี้

ประเภทผู้รับข้อมูล ภายในบริษัท

รายละเอียด ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทเฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของบริษัทจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม

  1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ เฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ
  2. ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่านที่มีความรับผิดชอบในการบริหารหรือตัดสินใจเกี่ยวกับท่าน หรือเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับขั้นตอนทางด้านงานบุคคล
  3. ฝ่ายหรือทีมสนับสนุนต่าง ๆ เช่นฝ่าย Marketing, Corporate, Call center, Club operation, Fitness, Admin and accounting, HR, Procurement, Leasing, Property, ITเป็นต้น

ประเภทผู้รับข้อมูล หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
รายละเอียด ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับองค์กรภายนอก ดังนี้ เช่น กรมสรรพากรสำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานหรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย

ประเภทผู้รับข้อมูล องค์กรหรือบุคคลภายนอก
รายละเอียด บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของท่าน ให้กับองค์กรหรือบุคคลภายนอกที่มีการติดต่อสอบถามเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆ ของท่านและเพื่อที่จะได้ให้บริการหรือจัดหาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านหรือบริษัทคู่ค้า

6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

6.1. บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญาหรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

6.2. บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่นและอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งนี้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้และบริษัทจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

6.3. กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดรวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

7. การใช้งานคุกกี้ และ/หรือ เทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้งานคุกกี้เพื่อจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ เช่น วันเวลา ลิงค์ที่กดเข้าชมหน้าที่เข้าชม เงื่อนไขการตั้งค่าต่าง ๆ โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน เช่น โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ ในขณะที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์

คุกกี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารของท่านในกรณีดังต่อไปนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บเพื่อใช้เพิ่มประสบการณ์การใช้งานบริการทางออนไลน์โดยจะจำเอกลักษณ์ของภาษาและปรับแต่งข้อมูลการใช้งานตามความต้องการของท่านเป็นการยืนยันคุณลักษณะเฉพาะตัว ข้อมูลความปลอดภัยของท่าน รวมถึงบริการที่ท่านสนใจนอกจากนี้คุกกี้ยังถูกใช้เพื่อวัดปริมาณการเข้าใช้งานบริการทางออนไลน์

การปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามการใช้งานของท่านโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการเข้าใช้งานครั้งก่อนๆ และ ณ ปัจจุบัน และอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก “นโยบายคุกกี้” ของบริษัท

8. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

8.1. บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานตราบเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ที่บริษัทจะต้องเก็บรวบรวม ใช้และประมวลผลซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ

8.2. บริษัทจะยังดำเนินการเก็บรวบรวมใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป แม้ว่าท่านจะยุติความสัมพันธ์กับบริษัทเท่าที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือทำการเก็บในรูปแบบที่ทำให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น“การทำข้อมูลนิรนาม” (Anonymous Data) หรือ“การทำข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค” (Pseudonymous Data)

8.3. บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวแต่ละฉบับโดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นตามอายุความนับแต่วันที่ท่านยุติความสัมพันธ์ หรือการติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัท

8.4 บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลทำให้ไม่สามารถระบุชื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เป็นการถาวรหรือโดยประการอื่นเพื่อจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหรือเมื่อบริษัทต้องปฏิบัติตามคำขอของท่านให้บริษัททำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

9. บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

บริษัทให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอันดับแรกเช่น การเข้ารหัส การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านมั่นใจว่าบุคลากรของบริษัทและบุคคลภายนอกที่ดำเนินการในนามของบริษัทได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมซึ่งรวมถึงหน้าที่ในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและบริษัทใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบและบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบายระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็น และเหมาะสม นอกจากนี้ผู้บริหารพนักงาน ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาและผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนด

บริษัทได้มีการทบทวนปรับปรุงขั้นตอนและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและให้การรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ความสมบูรณ์ความพร้อมใช้งานและความคล่องตัวในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการปกป้อง การสูญหายและการเก็บรวบรวม การเข้าถึง การใช้ การดัดแปลงการแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้บริษัทจะนำมาตรการต่างๆ ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทมาใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์หรือรูปแบบเอกสารก็ตาม

10. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

10.1. ท่านมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
    หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน(ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทเว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ ทั้งนี้การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่าง ๆ เช่นท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ ๆไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่านหรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม
  2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับท่านรวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัททั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านหากการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลที่ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
  3. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติรวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรงเว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
  4. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
    ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้านบริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านหรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดหรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์หรือสถิติได้อีกด้วย
  5. สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้วเว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
  6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่านหรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน
  7. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  8. สิทธิร้องเรียน
    ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทโดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ12ของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
    ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอนึ่งบริษัทขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวในกรณีที่กฎหมายกำหนด

10.2. บริษัทมีสิทธิทั้งปวงและดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการตอบรับเพื่อดำเนินการตามคำร้องขอหรือปฏิเสธคำขอของท่าน
การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 10.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะการใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้นหากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติและกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ ผ่านช่องทางที่เหมาะสมทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นระยะ ๆ

ช่องทางการติดต่อ

หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ได้ที่

อัลฟ่า เฮลธ์ คลับ
9/56 หมู่ที่ 5 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
อีเมล: sales@alphahealthclub.com
โทรศัพท์: 076-612656

ประกาศใช้ ณ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565